Growth Chart

(** บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเรื่องสุขภาพ**)

การประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก ใช้ตัวชี้วัด 5 ด้าน คือ น้ำหนัก, ส่วนสูง, เส้นรอบศีรษะ, WFH และ BMI

1.น้ำหนักเทียบอายุ (weight for age)

2.ส่วนสูงเทียบอายุ (height for age)

3.ความยาวรอบศีรษะ (head circumference)

4.น้ำหนักเทียบส่วนสูง(weight for height ,ย่อว่า WFH)

5.ดัชนีมวลกาย (body mass index, ย่อว่า BMI)

ใช้ z score เท่าไหร่แยก over weight กับ obesity 

ในการคัดกรองภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนใน เด็กและวัยรุ่น (อายุ 2-19 ปี) เราจะใช้ค่า Z-score ของดัชนีมวลกาย (BMI-for-age Z-score) เป็นเกณฑ์มาตรฐานครับ เนื่องจากร่างกายเด็กมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามช่วงอายุ

เกณฑ์มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้มีดังนี้ครับ:

เกณฑ์ Z-score BMI สำหรับเด็กอายุ 5-19 ปี

สภาวะทางโภชนาการ BMIค่า Z-score (SD)
น้ำหนักเกิน (Overweight)มากกว่า +1 SD (แต่ไม่เกิน +2 SD)
โรคอ้วน (Obesity)มากกว่า +2 SD
โรคอ้วนรุนแรง (Severe Obesity)มากกว่า +3 SD

ทำไมต้องใช้ Z-score?

ในผู้ใหญ่ เราใช้ตัวเลข BMI ตรงๆ เช่น 25 หรือ 30 ได้เลย แต่ในเด็ก ค่า BMI ปกติจะเหวี่ยงไปตามอายุและเพศครับ การใช้ Z-score (หรือค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน SD) จึงช่วยบอกได้ว่าน้ำหนักของเด็กคนนั้น ห่างจากค่าเฉลี่ยของเด็กวัยเดียวกัน ไปมากน้อยแค่ไหน

  • +1 SD เทียบเท่ากับประมาณ Percentile ที่ 85
  • +2 SD เทียบเท่ากับประมาณ Percentile ที่ 97.7

*** แต่สำหรับเด็กเล็ก (ต่ำกว่า 5 ปี) เกณฑ์จะขยับขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันการวินิจฉัยเกินจริงครับ

เกณฑ์ Z-score BMI สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปีที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้มีดังนี้ครับ

สภาวะทางโภชนาการ BMIค่า Z-score (SD)
น้ำหนักเกิน (Overweight)มากกว่า +2 SD (แต่ไม่เกิน +3 SD)
โรคอ้วน (Obesity)มากกว่า +3 SD

หากใช้เกณฑ์ น้ำหนักเทียบส่วนสูง (Weight-for-Height) ซึ่งมักใช้ในเด็กเล็กเพื่อดูว่ารูปร่างสมส่วนหรือไม่ (ดูว่า “เริ่มอ้วน” หรือ “ผอมไป” โดยไม่ขึ้นกับอายุ) เกณฑ์ Z-score จะมีความเข้มงวดต่างกันตามช่วงอายุครับ

เด็กและวัยรุ่นอายุ 2 – 19 ปี (เกณฑ์กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2564)

ในประเทศไทยมักอ้างอิงเกณฑ์ของกรมอนามัย ซึ่งใช้ค่า Z-score ของ Weight-for-Height เพื่อประเมิน “ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน” ดังนี้ครับ:

สภาวะทางโภชนาการค่า Z-score (SD)
เริ่มอ้วน (Overweight)มากกว่า +2 SD (แต่ไม่เกิน +3 SD)
อ้วน (Obesity)มากกว่า +3 SD

note สำคัญ: ในเด็กโต (5 ปีขึ้นไป) ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะแนะนำให้ใช้ BMI-for-Age มากกว่าการใช้ Weight-for-Height เพียวๆ ครับ เพราะ BMI จะสะท้อนไขมันสะสมและความสัมพันธ์กับอายุได้แม่นยำกว่าเมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่ช่วงยืดตัว

สรุปความแตกต่างที่ต้องจำ

  • ถ้าใช้ BMI-for-Age(WHO): เกณฑ์ตัด Overweight มักเริ่มที่ +1 SD แต่เด็กเล็ก 0-5ปี Overweight มักเริ่มที่ +2 SD ส่วน Obesity ที่ +3SD
  • ถ้าใช้ Weight-for-Height ทั้งเด็กเล็กเด็กโต: เกณฑ์ตัด Overweight มักเริ่มที่ +2 SD, Obesity +3SD

สาเหตุที่ Weight-for-Height ใช้ตัวเลข SD ที่สูงกว่า (+2) เพราะเป็นการวัดความ “ล่ำ” หรือความหนาของร่างกาย ณ ขณะนั้น ซึ่งต้องมั่นใจจริงๆ ว่าเกินมาตรฐานถึงจะวินิจฉัยว่าผิดปกติครับ

*** น้ำหนักเทียบอายุ (weight for age) ,ส่วนสูงเทียบอายุ (height for age) และความยาวรอบศีรษะ (head circumference)เทียบอายุ ใช้ของWHO พ.ศ.2549 ดังข้างล่างนี้

การเจริญเติบโตของศีรษะ เราจะวัด Head circumference กราฟของ WHO ที่ค้นได้มีข้อมูลแรกเกิดถึง 5 ขวบ และของ Gerhard Nellhaus อายุ แรกเกิด-19 ปี

การประเมินขนาดรอบศีรษะ (Head Circumference) เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะในช่วง 0-2 ปีแรก ซึ่ง Nellhaus Graph และ WHO Growth Charts มีบทบาทที่ส่งเสริมกัน ดังนี้


1. Nellhaus Graph คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

Nellhaus Graph ถูกคิดค้นโดย Gerhard Nellhaus ในช่วงปี 1968 โดยใช้ข้อมูลจากการศึกษาหลายแห่งทั่วโลกมาสร้างเป็นกราฟมาตรฐานเดียว (International Composite Chart)

  • ช่วงอายุที่ครอบคลุม: กราฟของ Nellhaus สามารถใช้ได้ตั้งแต่ แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ซึ่งยาวนานกว่ากราฟของ WHO
  • การวินิจฉัยความผิดปกติ: ช่วยให้กุมารแพทย์เห็นแนวโน้ม (Trend) ของการเติบโตของกะโหลกศีรษะ หากเส้นกราฟพุ่งขึ้นผิดปกติ (Macrocephaly) อาจบ่งชี้ถึงภาวะน้ำในโพรงสมอง (Hydrocephalus) หรือหากเส้นกราฟตกลงหรือราบเรียบ (Microcephaly) อาจสะท้อนถึงความผิดปกติทางสมองหรือพันธุกรรม
  • จุดเด่น: มีความแม่นยำสูงในเด็กโตและวัยรุ่น ซึ่งช่วยในการติดตามผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทในระยะยาว

2. WHO Growth Charts เพียงพอแล้วหรือไม่?

กราฟของ WHO (2006) เป็นมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขไทยและสากลนิยมใช้ในปัจจุบัน แต่อาจมีข้อจำกัดบางประการ:

  • ช่วงอายุ: กราฟรอบศีรษะของ WHO ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เด็ก 0-5 ปี เท่านั้น หลังจาก 5 ปีไปแล้ว WHO จะไม่มีเกณฑ์มาตรฐานสำหรับรอบศีรษะอย่างแพร่หลายเท่ากับ Nellhaus
  • กลุ่มประชากร: WHO ใช้ข้อมูลจากเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพเป็นหลัก เพื่อสร้าง “มาตรฐานที่ควรจะเป็น” (Standard) ในขณะที่ Nellhaus เป็น “ค่าเฉลี่ยจริง” (Reference) จากหลายกลุ่มประชากร

3. เปรียบเทียบการใช้งาน:

หัวข้อเปรียบเทียบWHO Growth ChartNellhaus Graph
ช่วงอายุ0-5 ปี0-18 ปี
การใช้งานในไทยเป็นมาตรฐานหลักในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กนิยมใช้ในแผนกประสาทวิทยาเด็ก (Pediatric Neurology)
วัตถุประสงค์ติดตามการเจริญเติบโตทั่วไปวินิจฉัยความผิดปกติทางโครงสร้างกะโหลกและสมอง

สรุป:

 WHO Growth Chart เพียงพอสำหรับการคัดกรองเบื้องต้นในเด็กเล็ก  แต่หากต้องติดตามเคสที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท หรือเด็กที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป Nellhaus Graph จะเข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้เห็นภาพรวมจนถึงวัยรุ่น

Screenshot

Screenshot

** บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเรื่องสุขภาพ**